Chatchai's profile||||---BaDBoY---||||PhotosBlogLists Tools Help

Chatchai Buranawimolwan

||||---BaDBoY---||||

Photo 1 of 46
April 12

รักไม่มีรูปแบบ

เ พ ร า ะ รั ก ใ น แ บ บ ข อ ง ใ ค ร
ก็ เ ป็ น แ บ บ ข อ ง มั น ไ ม่ มี แ บ บ แ ผ น ต า ย ตั ว"
อ ย่ า ฝื น ใ จ รั ก ถ้ า มั น ไ ม่ ใ ช่ ไ ม่ มี ป ร ะ โ ย ช น์ อ ะ ไ ร
ที่ จ ะ ค บ ใ ค ร สั ก ค น เ พี ย ง เ พ ร า ะ อ ย า ก จ ะ มี ใ ค ร สั ก ค น
อ ย่ า เ ป ลี่ ย น ตั ว เ อ ง เ พี ย ง เ พื่ อ ใ ห้ เ ข า ม า รั ก ...

เ พ ร า ะ จ ะ ทำ ไ ด้ ไ ม่ น า น วั น ห นึ่ ง คุ ณ จ ะ รู้ สึ ก เ ห นื่ อ ย
เ พ ร า ะ ค ว า ม รั ก ที่ ไ ม่ เ ป็ น ตั ว ข อ ง ตั ว เ อ ง
อ ย่ า ห ล ง ใ น ร ส ช า ติ ข อ ง ค ว า ม รั ก

จ น ลื ม ชี วิ ต ป ร ะ จำ วั น ข อ ง ตั ว เ อ ง
ห รื อ สู ญ เ สี ย ค ว า ม เ ป็ น ส่ ว น ตั ว

ค น ที่ พ ร้ อ ม จ ะ อ ยู่ กั บ คุ ณ
โ ด ย ที่ คุ ณ ไ ม่ ต้ อ ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง อ ะ ไ ร ใ น ชี วิ ต เ ล ย
ค น ที่ พ ร้ อ ม จ ะ เ ดิ น ห น้ า เ มื่ อ คุ ณ เ ดิ น ห น้ า
ค น ที่ พ ร้ อ ม จ ะ ถ อ ย ห ลั ง ไ ป กั บ คุ ณ
ค น ที่ ไ ม่ ย อ ม ใ ห้ คุ ณ เ ดิ น ต า ม ห ลั ง
ข อ เ พี ย ง เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง กั น

ค น ที่ ไ ม่ บั ง คั บ ใ ห้ คุ ณ ทำ อ ะ ไ ร ใ น แ บ บ ที่ คุ ณ ไ ม่ ช อ บ
ค น ที่ ไ ว้ ใ จ แ ล ะ ใ ห้ อ ภั ย ใ ห้ โ อ ก า ส
ซื่ อ สั ต ย์ แ ล ะ ใ ห้ เ กี ย ร ติ คุ ณ
. . นั่ น แ ห ล่ ะ คื อ ค น ที่ รั ก คุ ณ จ ริ ง . . . .

จ ง ถ น อ ม ค น เ ห ล่ า นี้ ไ ว้ อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ข า ไ ป จ า ก คุ ณ ..
เ พ ร า ะ คุ ณ จ ะ เ สี ย ใ จ ห า ก เ ข า เ ป ลี่ ย น ไ ป ห ยิ บ ยื่ น ค ว า ม โช ค ดี
ที่ ค ว ร จ ะ เ ป็ น ข อ ง คุ ณ ไ ป ใ ห้ ค น อื่ น
ค น ที่ รั ก ค น ที่ เ ป ลื อ ก น อ ก มี อ ยู่ เ ย อ ะ เ ห ลื อ เ กิ น
ชี วิ ต ค น ค น ห นึ่ ง จ ะ มี ค น ที่ รั ก คุ ณ จ ริ ง ผ่ า น ม า สั ก กี่ ค น
ใ ค ร ที่ บ อ ก ว่ า รั ก คุ ณ แ ล้ ว พ ย า ย า ม จ ะ เ ป ลี่ ย น คุ ณ
ดึ ง คุ ณ ใ ห้ เ ดิ น ต า ม ท า ง ข อ ง เ ข า
เ ข า ไ ม่ ไ ด้ รั ก คุ ณ จ ริ ง ห ร อ ก . . . เ ข า รั ก ตั ว เ อ ง

จ ง เ ชื่ อ ใ น พ ร ห ม ลิ ขิ ต
จ ง เ ชื่ อ ใ น เ ห ตุ ก า ร ณ์ ที่ นำ พ า ค ว า ม รั ก ม า ใ ห้
อ ย่ า บ อ ก ว่ า ไ ม่ รั ก ถ้ า ไ ม่ ส า ม า ร ถ ส บ ต า เ ข า อ ย่ า ง บ ริ สุ ท ธิ์ ใ จ ไ ด้
อ ย่ า บ อ ก ว่ า รั ก . . . . ถ้ า คุ ณ ไ ม่ รู้ สึ ก วู บ ว า บ เ ว ล า อ ยู่ ใ ก้ ล ๆ
อ ย่ า บ อ ก ว่ า ไ ม่ คิ ด ถึ ง . . ถ้ า หั ว ใ จ ไ ม่ อ า จ ลื ม
อ ย่ า บ อ ก ว่ า คิ ด ถึ ง ถ้ า เ พิ่ ง จ า ก กั น ไ ม่ ถึ ง 1 น า ที
อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ สิ่ ง ที่ ดี ที่ สุ ด สำ ห รั บ เ ร า ห ลุ ด ล อ ย ไ ป ล อ ง คุ ย กั น ม า ก ขึ้ น
รั บ รู้ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง อี ก ฝ่ า ย ด้ ว ย ใ จ
จ ะ ทำ ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า เ ร า โ ช ค ดี แ ค่ ไ ห น แ ล้ ว ที่ ไ ด้ รู้ จั ก ค ว า ม รั ก

อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ ใ ค ร ค น ใด ค น ห นึ่ ง มี น้ำ ต า ทั้ ง ๆ ที่ อี ก ค น ห นึ่ ง กำ ลั ง ดี ใ จ
อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ ใ ค ร อี ก ค น ห นึ่ ง ยิ้ ม ทั้ ง ๆ ที่ อี ก ค น ห นึ่ ง กำ ลั ง ร้ อ ง ไ ห้
อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ ใ ค ร ค น ใ ด ค น ห นึ่ ง พู ด ทั้ ง ๆ ที่ อี ก ค น ห นึ่ ง ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร ฟั ง
ค ว า ม รั ก ต้ อ ง ม า จ า ก ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ค น ส อ ง ค น..

อ ย่ า ใ ห้ ใ ค ร ค น ใ ด ค น ห นึ่ ง ห ยิ บ ยื่ น
แ ต่ อี ก ค น ห นึ่ ง ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร
ค ว า ม รั ก เ ป็ น เ พี ย ง ส า ย ใ ย บ า ง ๆ
ที่ มั น ถู ก ห ล่ อ ห ล อ ม ขึ้ น จ า ก ค ว า ม รู้ สึ ก ต่ า ง ๆ
ทั้ ง ค ว า ม อ า ท ร ห่ ว ง ใ ย ...ห่ ว ง ห า ...คิ ด ถึ ง ...

ค ว า ม อ ด ท น จ ะ ทำ ใ ห้ อุ ป ส ร ร ค ต่ า ง ๆ ผ่ า น พ้ น ไ ป ไ ด้ ด้ ว ย ดี
ค ว า ม พ ย า ย า ม จ ะ ทำ ใ ห้ เ ร า ส อง ค น ยั ง ค ง อ ยู่
ค ว า ม ไ ว้ ใ จ จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า แ ข็ ง แ ก ร่ ง
ค ว า ม ซื่ อ สั ต ย์ จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า มั่ น ค ง
ค ว า ม เ ส ม อ ต้ น เ ส ม อ ป ล า ย จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า ส ว ย ง า ม
แ ล ะ สุ ด ท้ า ย ค ว า ม รั ก ก็ จ ะ ก่ อ ตั ว ขึ้ น เ ป็ น ค ว า ม ผู ก พั น
สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ จ ะ ทำ ใ ห้ ส า ย ใ ย บ า ง ๆ ข อ ง ค ว า ม รั ก
ก ล า ย เ ป็ น เ ชื อ ก เ ส้ น ห น า ที่ ผู ก ค น ส อ ง ค น ไ ว้ ด้ ว ย กั น

มั น จ ะ เ ป็ น เ ชื อ ก ที่ มั ด เ ร า ไ ว้ ด้ ว ย กั น เ ป็ น เ ชื อ ก ที่ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ม่ อึ ด อั ด
เ ร า จ ะ ไ ม่ ดิ้ น ร น ที่ จ ะ พ ย า ย า ม ห ลุ ด อ อ ก จ า ก เ ชื อ ก เ ส้ น นี้
เ มื่ อ ไ ด้ เ จ อ ค ว า ม รั ก ที่ ดี แ ล้ ว จ ง ทำ ใ ห้ เ ข า รู้ สึ ก ว่ า เ ข า ไ ม่ ไ ด้ อ ยู่ ค น เ ดี ย ว
อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ข า โ ด ด เ ดี่ ย ว
อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ข า เ ดี ย ว ด า ย
คิ ด ถึ ง สิ่ ง ดี ๆ ที่ เ ร า เ ค ย มี กั น
อ ย่ า ลื ม วั น แ ร ก ๆ ที่ เ ร า รู้ สึ ก กั บ ค น ๆ นี้
เ ข า เ ป็ น ค น ดี ที่ สุ ด แ ล้ ว สำ ห รั บ เ ร า
พ ย า ย า ม รั ก ษ า เ ข า ไ ว้
เ พ ร า ะ เ มื่ อ เ ข า ห ลุ ด ล อ ย ไ ป แ ล้ ว 
เ ร า จ ะ ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ รี ย ก ค ว า ม รู้ สึ ก ต่ า ง ๆ ก ลั บ ม า ไ ด้ อี ก

เ มื่ อ เ ว ล า ที่ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ย้ อ น เ ดิ น ก ลั บ ไ ป ไ ด้ อี ก
ทำ ปั จ จุ บั น ใ ห้ ดี ที่ สุ ด
เ พ ร า ะ อ ดี ต แ ก้ ไ ข อ ะ ไ ร ไ ม่ ไ ด้ อี ก แ ล้ ว
อ ย่ า ทิ้ ง หั ว ใ จ ข อ ง คุ ณ ไ ว้ กั บ อ ดี ต
อ ย่ า คิ ด ว่ า อ ดี ต ไ ม่ มี วั น ห ว น คื น
อ ย่ า คิ ด ว่ า ไ ม่ มี พ รุ่ ง นี้
อ ย่า ลื ม บ ท เ รี ย น ข อ ง เมื่ อ ว า น
ทุ ก ชี วิ ต ยั ง มี ค ว า ม ห วั ง อ ยู่ เ ส ม อ
จ ง ป ล่ อ ย ใ ห้ ชี วิ ต ดำ เ นิ น ต่ อ ไ ป . .

วั น ห นึ่ ง ถ้ า ชี วิ ต ห ว น คื น ม า สู่ ท า ง ส า ย เ ก่ า . .
ที่ เ ค ย ทำ ใ ห้ คุ ณ มี ค ว า ม สุ ข ร ะ ห ว่ า ง เ ดิ น ท า ง ใ น แ ต่ ล ะก้ า ว
. . จ ง อ ย่ า เ ดิ น เ ลี่ ย ง มั น ไ ป อี ก
เ พ ร า ะ น้ อ ย นั ก ที่ ถ น น ส า ย เ ดิ ม ยั ง ค ง ส ภ า พ เ ดิ ม
เ พื่ อ ร อ ใ ห้ คุ ณ เ ดิ น ย้ อ น ก ลั บ ม า . .
ล อ ง เ ดิ น ต่ อ ไ ป สิ . . . .
บ า ง ที คุ ณ อ า จ จ ะ เ จ อ จุ ด ห ม า ย ที่ คุ ณ ค้ น ห า ม า ต ล อ ด ชี วิ ต

 

มิตรภาพกับความรักจะเลือกไรดี

มิตรภาพ กับ ความรัก
น้อยคนนัก . . .ที่จะเลือกได้
ถ้าเลือกที่จะรัก  . . .เเล้วมิตรภาพ คงจบลงอย่างง่ายดาย
เพราะเมื่อรักจบไป . . .มิตรภาพ ก็หายไปกับกาลเวลา

บางคน . . .คงเลือก ที่จะเก็บมิตรภาพไว้
เพราะมันเป็นเหมือน . . .ต้นไม้ใหญ่ใบหนา
กว่าจะโตมาได้ . . .ต้องอาศัยความใส่ใจ เเละระยะเวลา
ในขณะที่ความรัก . . .เป็นเพียงภาพมายา
ที่ผ่านเข้ามา . . .ในความทรงจำ

"มิตรภาพ" ก็สำคัญ "ความรัก" ก็ไม่อาจทิ้งได้
อืม . . . เลือกยากจริงๆ . . .
หากเพื่อนๆ จะเลือกสิ่งใดสักอย่าง 
 คิดดีๆ ก่อนที่จะตัดสินใจ

 

รักเพราะอะไร?

อย่ารักเพราะสงสาร .... เขารู้คงทรมานใจ

อย่ารักเพียงคิดว่าลองๆ คบไป ..... แต่จงเชื่อใจในตัวเขา

อย่ารักเพราะเพื่อนว่าดี ..... เพราะคนคนนี้อาจไม่ได้รักเรา

แต่รักเพราะเธอรักเขาและมั่นใจจะก้าวไปด้วยกัน

อย่ารักเพียงคิดว่าพอคบได้ ..... ถ้าเขาไม่ใช่คนที่เธอฝัน

อย่ารักเพียงแค่ฆ่าเวลาไปวันๆ ..... เพราะเธอกำลังฆ่าคนๆ นั้นให้ค่อยๆ ตาย

อย่ารักถ้าหัวใจเธอกำลังกล้ำกลืน ..... เพราะเธอไม่อาจฝืนให้รักมีความสุขได้

อย่ารักคนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ..... แต่จงรักคนที่เธอหยุดเขาได้ด้วยรัก

อย่ารักและรีบจะผูกพัน .... ถ้าคนๆ นั้นเธอพึ่งรู้จัก

อย่าปล่อยใจให้รักใครง่ายๆ นัก ..... จงดูใจกันสักพักก่อนจะเชื่อใจ

อย่ารักใครหลายคน ..... เพราะไม่มีใครทนเป็นรองได้

แต่รักคนที่เธอพร้อมจะให้เขาทั้งหัวใจและพร้อมจะเคียงข้างกันไปชั่วนิรันดร์

 

November 20

ดูแลความรักให้สดใสเสมอ

รู้จักให้อภัย
   อยู่ด้วยกันแทบจะ 24 ชั่วโมง ก็ต้องมีบ้างที่ความเห็นและการกระทำที่แสดงออกมาจะไม่ถูกตาต้องใจคนรัก ฉะนั้นต่างฝ่ายต่างก็ต้องรู้จักให้อภัยกัน และอย่ามองในข้อเสียของเขาให้มาก (โดยเฉพาะก่อนแต่งงาน ให้มองหาข้อเสียของเขาให้มากที่สุดและดูว่าคุณรับได้หรือไม่ ถ้ารับได้ก็ให้ลืมมันไปเลย) พยายามมองในแง่ดี ใช้เหตุผล ยอมรับในสภาพที่เขาเป็น แล้วเวลาเขาทำอะไรผิด อย่ามองว่าเป็นความผิดของเขาคนเดียว บางทีเราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขาทำผิดได้เหมือนกัน อย่างบางครั้งเขาทำงานหนักกลับมา เรามีเรื่องไม่สบายใจต้องเก็บไว้ก่อน เราต้องมีเหตุผลและเขาก็ต้องดีจริงๆเหมือนกันเราถึงให้อภัยเขาได้ แชร์ความรู้สึกระหว่างกัน มีอะไรต้องพูดคุยกัน ไม่โกหกกัน แต่ต้องรู้จักวิธีพูดกับเขา โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้หญิงแล้วพูดจาดีๆอ่อนหวานนิดๆ ผู้ชายทุกคนแพ้หมด และถ้าเขารู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วเขาสบายใจ เขาก็จะอยู่กับเรานานๆ เวลาที่เรารู้สึกไม่พอใจอะไรให้บอกเขาไปเลย เพราะผู้ชายไม่เข้าใจธรรมชาติของผู้หญิง แล้วโดยธรรมชาติของผู้ชาย เขาจะสนใจเรื่องงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว แต่อย่าไปพูดว่าเขาผิด จะทำให้เขารู้สึกโกรธเรา อาจบอกเขาแทนว่าเขาทำแบบนี้รู้มั้ยว่าเรารู้สึกยังไง แสดงความเป็นห่วงเป็นใยให้เขาเห็น เขาจะค่อยๆเรียนรู้ ถ้าไม่บอกเขาก็ไม่รู้ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายละเอียด เขาก็ไม่รู้ว่าเรางอนอะไร ไปๆมาๆอาจรำคาญเราแทนซะอีก ผู้ชายเขาชอบให้เป้งเดียวจบ แล้วอย่าขุดเรื่องเก่ามาว่ากัน

มีเวลาให้กันและกัน
   บางคู่อยู่กันนานๆอาจหมดเรื่องคุยกันได้ ลองหากิจกรรมอะไรที่ทั้งสองคนชอบเหมือนกัน มันจะทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่นขึ้น ต้องจัดเวลาให้ถูก มีเวลาให้อยู่ด้วยกัน อย่างชวนกันไปเล่นกีฬา วิธีนี้จะทำให้เรากับเขาหายเครียด เวลาออกกำลังกายพอได้เหงื่อก็จะรู้สึกสดชื่น สบายใจ ทีนี้ตอนกลางคืนก็ไม่มีแรงจะมานั่งทะเลาะอะไรกันแล้ว อีกอย่างก็คือกีฬาจะทำให้เรารู้จักอดทน ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น อารมณ์ก็จะเย็นลงด้วย แต่ต้องออกกำลังกายแบบต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เราจะรู้สึกว่านิสัยตัวเองเหมือนจากที่เคยใจร้อน ขี้หงุดหงิดก็จะหายไป ทีนี้จะคุยกันดีๆ ใจเย็นๆและข้อคิดอีกข้อก็คือช่วยรักษาสุขภาพให้เราไปด้วยในตัว

ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
   เพราะทั้งสองคนมาจากต่างครอบครัว ถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน แล้วถ้าเราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเราก็ทำให้เราไม่ทะเลาะกัน บางครั้งอาจจะมีเรื่องให้เราเซอร์ไพรส์ทั้งร้ายและดี แต่ถ้าเรารู้ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ เป็นแบบนี้เพราะอะไร รู้ที่มาที่ไปของพฤติกรรมของเขา เราก็จะไม่โกรธ และในขณะเดียวกันเขาเองก็ควรเข้าใจตัวเราให้มากๆด้วย ต้องเป็นความเข้าใจที่เกิดจากคนสองคน

ยอมกันบ้าง
   เวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ใช่ว่าจะต้องตัดสินปัญหาแบบคนละครึ่งทางเสมอ บางครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันก็ต้องยอมๆกันบ้าง บางครั้งเรายอม บางครั้งเขายอมจได้ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน

รู้จักสังคมของทั้งสองฝ่าย
   โดยเฉพาะคนสนิทที่อยู่แวดล้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสังคมเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ควรทำความรู้จักไว้ ต่างคนต่างจะได้รู้ว่าสังคมของกันและกันเป็นยังไง ถ้าเราไม่สนใจเลย เราไม่รู้จักเพื่อนเขา อาจทำให้ความรู้สึกระหว่างกันมันขาดๆหายๆไป เวลาคุยกันเรื่องเพื่อนก็จะต่อกันไม่ค่อยติด เวลาเขาไปไหนกับเพื่อนก็ไม่อยากให้เราไปด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องตามไปซะทุกครั้ง ไม่งั้นจะทำให้เขาอึดอัดแทน

ยอมรับในความแตกต่าง
   คนเราไม่มีใครคิดเหมือนกันได้ทุกอย่าง ในความเหมือนก็ต้องมีความแตกต่าง เขาอาจคิดไม่เหมือนเรา เป็นเพราะเขามีลักษณะแตกต่างกัน บางคนใช้คววามคิดเป็นหลัก บางคนใช้ความรู้สึกตัดสิน บางคนใช้สัญชาตญาณเพราะฉะนั้นทุกคนมีความแตกต่างกัน เราต้องรู้จักเรียนรู้และยอมรับความแตกต่างตรงนี้ให้ได้ โดยเฉพาะต้องยอมรับในข้อเสียของกันและกันได้ ถ้าเรายอมรับได้เรื่องร้ายๆก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะจริงๆแล้วคนเราไม่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนให้เราได้ ไม่งั้นจะทำให้เราเป็นฝ่ายเสียใจ ทุกข์ใจเสียเปล่าๆ

อิสระและความเป็นส่วนตัว
   เพราะคนเรามีความสนใจหลากหลาย ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขามีอิสระเวลาอยู่กันไปนานๆก็จะทำให้ชีวิตคู่เบื่อ เซ็ง และอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เราต้องรู้จักหาความพึงพอใจในชีวิตของตัวเองด้วย อย่าคาดหวังว่าอีกคนจะมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดให้กับเรา คิดแค่ว่าเรามีอีกคนเป็นเพื่อนที่รักกัน ดูแลกันก็พอแล้ว อย่างอื่นถ้าเราอยากได้อยากเป็นอะไรก็ต้องหาเอาเอง ไม่งั้นเราก็จะคาดหวังทำให้เราเสียใจ

ข้อบกพร่องของตัวเอง
   ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน ถ้าเราเป็นคนหงุดหงิดง่าย บางครั้งถ้าเขาทำอะไรไม่เป็นไปตามที่เราคิดก็จะทำให้หงุดหงิดใจ มานั่งนึกว่าทำไมเขาไม่ได้ดังใจ ทำไมเขาไม่เข้าใจ ถ้าเราเข้าใจว่าตัวเองเป็นแบบนั้น เราต้องยอมรับว่าบางครั้งเราก็ทำอะไรแย่ๆได้ เขาเองก็เป็นแบบนั้นได้เหมือนกัน อย่างถ้าเราเป็นคนขี้ระแวง บางครั้งเราก็ไปแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์ ถ้ามีสติเราจะเริ่มรู้สึกว่าเราระแวงไปเอง บางทีเราเอาเรื่องมาปะติดปะต่อแล้วก็คิดไปเอง ทั้งๆที่ในความเป็นจริงอาจจะไม่มีอะไรแต่ความระแวงจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆตามมาได้

เอาใจเขามาใส่ใจเรา
   หลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นจากคนสองคน ทั้งเรื่องงาน เพื่อน ครอบครัว เราต้องมองว่าถ้าเราทำแบบนั้นเขารู้สึกยังไง ถ้าเราทำอะไรไม่ดีออกไป เราก็ต้องเข้าใจว่าทำไมเขาถึงโกรธ ไม่ได้มองตัวเองเป็นศูนย์กลางไปซะทุกอย่าง

เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
   ไม่เอาเรื่องเครียดๆมาโยนใส่กัน เวลาเจอกันก็จะเล่าแต่สิ่งดีๆให้เขาฟังหรืออาจปรึกษาเขาว่าควรทำยังไงดี ไม่ใช่เจอกันทีก็บ่นใส่เขา จะทำให้เขารู้สึกว่าเจอคุณทีไรก็มีแต่เรื่องเครียดๆตลอด คุยกันเรื่องสนุกๆจะทำให้เขารู้สึกสุขใจ สบายใจ วิธีนี้จะทำให้เขาอยากเจอเรา อยากมาหาเรา เพราะรู้ว่าอยู่กับเราแล้วมีความสุข เขาก็ไม่อยากไปไหน แล้วก็จะไม่ไปจุกจิกใส่เขา ให้คิดตลอดว่าชีวิตมันสั้น ทำไมเราไม่ใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุข

รู้จักดูจังหวะและสถานการณ์
   อย่างถ้าเขาทำงานมาเครียดๆแล้วเราก็มีเรื่องเครียดอยู่ เราก็ต้องดูอารมณ์เขาหน่อย อย่าเพิ่งไปคุยเรื่องเครียดๆกับเขา ถ้าเขาร้อนมาเราก็ต้องเย็นเข้าไว้ เอาใจเขาหน่อย ดูก่อนว่าเขาหิว เหนื่อย เครียดหรือเปล่า ถ้าใช่ทำอะไร หาอะไรที่เขาชอบ พอเขาอารมณ์ดีเราค่อยคุยกับเขา แต่ถ้าวันนั้นเขาปกติ ก็ต้องดูอารมณ์ว่าควรจะพูดควรจะฟังตอนไหน

November 10

ถ้ารักแล้วมีความสุข ก็จงรักต่อไป...

   มีเพื่อนต่างเพศอยู่คู่หนึ่ง... เป็นเพื่อนที่รักกันมากที่โรงเรียนฝ่ายชายจะเดินไปส่งฝ่ายหญิงที่บ้านเสมอทุกวันเวลาผ่านไป จนทั้งสองอยู่ มหาวิทยาลัยฝ่ายหญิงเริ่มไปแอบชอบผู้ชายคนนึงและถามฝ่ายชายว่า
"นี่ เธอว่า เค้าเหมาะกับเราไหม"
"เค้าก้อหล่อดีนะนิสัยดีด้วย"
"หรอ อืม อยากให้เค้ามาอยู่ข้างๆเราจังเลยเนอะ"
ต่อมาหญิงสาวก็ได้เป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้นจิงๆวันนึงหญิงสาวบอกกับเพื่อนสนิทของตนว่า......

"นี่ เธอไม่ต้องมาส่งเราทุกวันแล้วแหละ  ตอนนี้เค้าจะมาส่งเราแล้วเราไม่อยากให้เค้าเข้าใจผิด"
"อืม" ฝ่ายชายตอบรับ และไม่ไปส่งหญิงสาวอีก ต่อมาหญิงสาวทะเลาะกับแฟนของตน  จึงมาปรึกษาเพื่อนชายว่า
"เธอ เด๋วนี้เขาไม่ค่อยสนใจเราเลยแหละ
เธอว่าเราจะทำอย่างไรดีหล่ะ"
"ก้อ เธอยังรักเค้าอยู่หรือป่าวหล่ะ" ฝ่ายชายตอบ
"รักสิ รักมากด้วย"
"ถ้าอย่างนั้น ก็มอบความรักให้เขาต่อไปสิ
ก้อเธอรักเค้านี่น่า"
"อืมม" หญิงสาวทำตามคำแนะนำของฝ่ายชาย

หลังจากนั้น วันหนึ่ง  ระหว่างที่เพื่อนชายหนุ่มเดินกลับบ้านเค้าเห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง
"เธอ เป็นอะไรหน่ะ  ให้เราช่วยไหม"
"เค้าไม่รักเราเลยหล่ะ เขาเปลี่ยนไป  เดี๋ยวนี้เขาไม่เคยมาส่งเราที่บ้านเลย"
"แล้วเราจะช่วยอะไรเธอได้บ้างหล่ะ"
"ช่วยอยู่กับเราซักพักได้ไหม"หญิงสาวร้องขอ
ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรเลยในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น
"เราควรจะทำอย่างไรดี เธอจะช่วยเราได้ไหม ว่าเราควรจะทำอย่างไรดี"
"เธอยังรักเขาอยู่หรือป่าวหล่ะ"
"รักสิ เรารักเค้ามากเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก้อรักเค้าต่อไปสิ"
"แต่เค้าไม่รักเราเลยนี่น่า"
หญิงสาวร้องไห้โฮ
"แต่เธอก็รักเขาไม่ใช่หรอ"
และชายหนุ่มก็ส่งหญิงสาวที่บ้านอย่างที่เคยทำมาแต่ก่อน
"ถ้าเมื่อไหร่ที่เธออยากให้เรามาส่งเธอที่บ้าน  อย่าลืมเรียกเรานะ"
"อืม" และหญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไป

ต่อมาวันหนึ่งชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาว
"เราไม่ไหวแล้ว ช่วยมารับเราที"
   เสียงของหญิงสาวดูช่างอ่อนล้า และหมดกำลังเธอกำลังร้องไห้อย่างฟูมฟายอยู่ชายหนุ่มไปหาเธอและไปรับเธอมาส่งบ้านเธอยังคงถามชายหนุ่มนั้นเมื่อที่เคยถามมา
"เราจะทำอย่างไรต่อไปดี"
"เธอเลิกรักเค้าแล้วหรอ"
"ป่าว เรายังรักเค้ามาก เรายังรักเขาอยู่"
"งั้นก็เหมือนที่เราเคยพูดไว้ รักเขาต่อไป เพราะมันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเธอไหม
   แต่ถ้าเธอยังรักเขาเธอก็คงทำได้แค่รักเขาให้มากขึ้นให้เขารู้ว่าเธอรักเขา"วันที่เธอเรียนจบ เพื่อนชายหนุ่มของเธอมาแสดงความยินดีกับเธอเธอแปลกใจมากที่เพื่อนชายหนุ่มของเธอยังเรียนไม่จบ เธอถามเขาว่าทำไม ชายหนุ่มตอบว่าเขาขี้เกียจไปหน่อย ทำให้เขาต้องเรียนซ้ำวิชาหนึ่งจึงยังเรียนไม่จบ หญิงสาวแปลกใจ เพราะตลอดมา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนขยันต่อมาแฟนหญิงสาวได้แต่งงานกับหญิงสาว เนื่องด้วยเห็นถึงความรักที่หญิงสาวมีให้มากมาย
หญิงสาวได้ชวนเพื่อนของตนมางานแต่งของเธอ
"เราไม่ว่างจริงๆ เราติดธุระหน่ะขอโทษนะ"เพื่อนชายตอบเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หญิงสาวโกรธและเสียใจที่ชายหนุ่มไม่มางานแต่งจึงวางหูใส่แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อวันที่เธอแต่งงานชายหนุ่มได้มาก่อนที่งานแต่งจะจบ
"ยินดีด้วยนะ เรามาแล้วนะ"
   หญิงสาวดีใจมากที่เพื่อนของเธอมาถึงจะเพียงชั่วเวลาสั้นๆต่อมาหญิงสาวก็มีความสุขกับชีวิตแต่งงานจนไม่ได้ติดต่อกับชายหนุ่มจนวันหนึ่งหญิงสาวได้ทะเลาะกับสามีของตนหญิงสาวไม่รู้จะไปปรึกษาใครจึงนึกถึงชายหนุ่มขึ้นมา แต่แม้ว่าหญิงสาวจะโทรไปเท่าไหร่ก็ไม่สามารถติดต่อกับชายหนุ่มคนนั้นได้เลยเขาจึงโทรหาเพื่อนของชายหนุ่มคนนั้นเพื่อนของชายหนุ่มเล่าว่า ชายหนุ่มเป็นโรคร้ายเขาไม่สามารถไปไหนได้ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาร่วมหลายเดือน
หญิงสาวตกใจมากถามว่าเป็นอะไรเพื่อนชายหนุ่มบอกว่าอาการกำเริบเพราะวันที่ชายหนุ่มต้องมาผ่าตัดชายหนุ่มดันหายตัวไป และเพื่อนชายยังบอกอีกว่า
"เป็นนิสัยเสียของมันหน่ะ มันชอบหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ในช่วงเวลาสำคัญๆ
   คราวที่แล้วสอบไล่ ก็หายตัวไปจากห้องสอบ"หญิงสาวตกใจมาก เลยขอที่อยู่ของโรงพยาบาลที่ชายหนุ่มรักษาตัวหญิงสาวไปเยี่ยมชายหนุ่มที่โรงพยาบาลเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ต้องตกใจชายหนุ่มที่เคยดูแข็งแรง กับผอมซูบ ไม่มีแรงเมื่อชายหนุ่มเห็นเธอก็ดีใจทักทายเธอเป็นการใหญ่
"เป็นอย่างไรมั้ง ไม่เจอกันตั้งนาน"
หญิงสาวนิ่งเงียบซักพักน้ำตาหญิงสาวก็ออกมา
"อ้าวร้องไห้ทำไมหล่ะ เธอหน่ะไปทะเลาะกับแฟนมาอีกแล้วเหรอ
จะให้เราช่วยอะไรไหม แต่เราก็คงจะแนะนำเหมือนเดิมหน่ะ"
หญิงสาวเข้าไปหาชายหนุ่มแล้วบอกกับชายหนุ่มว่า
"วันที่เธอมารับเราเป็นวันสอบไล่ใช่ไหม"
ชายหนุ่มทำหน้าตกใจและไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้นกลับนิ่งเงียบไปหญิงสาวจึงพูดต่อ
"และวันที่เธอต้องผ่าตัดใหญ่เธอกลับมางานแต่งงานของฉันใช่ไหม"
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้วกลับนิ่งเงียบกว่าเดิม
หญิงสาวเข้าไปกอดชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
"ตลอดเวลา เรารักแต่คนอื่นมองแต่คนอื่น
   เรากลับไม่รู้เลยว่าเธอรักเรามากแค่ไหนเรารู้สึกเสียใจจริงๆที่ไม่ได้รักเธอมากกว่านี้"ชายหนุ่มยิ้มขึ้นแล้วบอกกับหญิงสาวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
"เราบอกแล้วไง ถ้าเรารักใครซักคน เราก็ต้องรักเขาให้มากๆ
   ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเราหรือไม่หน่ะมันสำคัญแค่เพียงว่าเรายังรักเธออยู่หรือเปล่าแค่เราสามารถช่วยเธอได้นั่นก็เป็นความสุขของเราแล้ว"หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก นั่งร้องไห้โห่อยู่ที่ตักของชายหนุ่มชายหนุ่มจึงพูดขึ้นว่า
"ถ้าเราหายเมื่อไหร่เราจะไปส่งเธอที่บ้านอีกนะ"